วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ไทดำบ้านนาป่าหนาด ประเทศไทย กับ ไทดำบ้านน้ำกุ่ม สปป.ลาว

ไทดำบ้านนาป่าหนาด ประเทศไทย กับไทดำบ้านน้ำกุ่ม ประเทศ สปป.ลาว
โดย เพชรตะบอง  ไพศูนย์

ประวัติความเป็นมาของไทดำ จากหนังสือพระเจ้างูเห่า(Siang Bacthi, 2000 : 15-16) ที่เขียนไว้ว่า ในหลักฐานตามประวัติศาสตร์ของจีนได้จารึกไว้ว่าในราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 7 อาณาจักรไทหนองแสหรืออาณาจักรน่านเจ้า เป็นอาณาจักรของคนไท ที่มีความเจริญและเข้มแข็งมาก ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนานของจีน อาณาจักรหนองแสของคนไท ดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยอาณาจักรเล็กๆ 6 อาณาจักร กระจายกันอยู่รอบทะเลสาบเอ๋อไห่(หนองแส) ได้แก่ อาณาจักรเม่งสุย อาณาจักรเยะฮิส อาณาจักรเต็งตาน อาณาจักรชิลัง อาณาจักรลังเชียง และอาณาจักรเม่งเช ชนชาติอ้ายลาวเป็นชนชาติของอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งเป็นต้นตระกูลของไททั้งปวงนั่นเอง บางครั้งอาณาจักรน่านเจ้าก็ทำศึกสงครามกับธิเบต และจีน บางครั้งก็เป็นมิตรไมตรีต่อกัน ในสมัยที่ราชวงศ์ถังปกครองประเทศจีนนั้น อาณาจักรน่านเจ้าได้ขยายอาณาเขตเข้าไปในจีนหลายครั้งหลายคราว ต่อมาอาณาจักรน่านเจ้าได้พ่ายแพ้แก่กองทัพจีนใน พ.ศ. 1322  ผู้นําอาณาจักรน่านเจ้า ได้สร้างเมืองเพื่อเป็นป้อมปราการขึ้นป้องกันข้าศึกศัตรู คือ เมืองยังเฮะเมะ ปัจจุบันคือ เมืองต้าหลี่ และได้สถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรน่านเจ้าในเวลาต่อมา ในศตวรรษที่ 14 อาณาจักรน่านเจ้าได้รบชนะชาวฉวนในยูนนานตะวันออก แล้วผนวกเอาดินแดนเหล่านั้นเข้าไว้ในอาณาจักรน่านเจ้า แล้วได้สถาปนาเมืองหลวงทางตะวันออกขึ้นอีกเมืองหนึ่ง เรียกว่า เชตุง ปัจจุบันคือ เมืองคุณหมิงดังภาพแผนที่สมัยอาณาจักรน่านเจ้า

ภาพแผนที่อาณาจักรน่านเจ้า

ภาพแผนที่อาณาจักรน่านเจ้า แสดงให้เห็นเมืองต้าหลี่ และเมืองอื่นๆของอาณาจักรน่านเจ้า และแสดงให้เห็นอาณาจักรต่างๆล้อมรอบอาณาจักน่านเจ้าอยู่โดยรอบ เช่น อาณาจักรจีน อาณาจักรพุกาม อาณาจักรอินเดีย อาณาจักรไดเวียต เป็นต้น ต่อมาอาณาจักร  น่านเจ้าล่มสลาย  เพราะพ่ายแพ้แก่กองทัพมองโกล ที่นําโดยเจงกิสข่าน และกุบไลข่านผู้เป็นหลาน ซึ่งได้ปราบจักรวรรดิจีน และอาณาจักรน่านเจ้าได้สำเร็จใน พ.ศ. 1796  และต่อมาใน พ.ศ. 1798  อาณาจักรน่านเจ้าได้ถูกผนวกเข้ากับประเทศจีน ชาวไทในอาณาจักรน่านเจ้าบางกลุ่มจึงได้อพยพหลบหนีลงมาทางทิศใต้ และได้พยายามสถาปนาอาณาจักรของตนเองขึ้น ดังต่อไปนี้
1.       อาณาจักรเชียงดงเชียงทอง(Mandala of Chiang Dong-Chiang Tong) ใน พ.ศ. 1300  ปัจจุบันคือ ประเทศลาว
2.       อาณาจักรเมืองลอ(Mandala of Muong Lor)  ใน พ.ศ. 1403 ปัจจุบันคือ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม
3.       อาณาจักรฉาน(Mandala of Shan) ใน พ.ศ. 1695 ปัจจุบันคือ รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนม่าร์
4.       อาณาจักรเชียงฮุ้ง(Mandala of Chiang Hung) ใน พ.ศ. 1723 ปัจจุบันคือ สิบสองปันนา ประเทศจีน
5.       อาณาจักรอาหม(Mandala of Ahom)ใน พ.ศ. 1770 ปัจจุบันคือ รัฐอัสสัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย
6.       อาณาจักรสุโขทัย(Mandala of Sukhothai) ใน พ.ศ. 1781 ปัจจุบันคือ ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย
7.       อาณาจักรล้านนา(Mandala of Lanna) ใน พ.ศ. 1802 ปัจจุบันคือ ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย

ในพงศาวดารไทดํา เรื่องนํ้าเต้าปุงนั้น มีเจ้าท้าวสวงและเจ้าท้าวเงิน ผู้นํากลุ่มชนชาวไทดํา ได้อพยพไพร่พล บริวาร พร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงทั้งใหญ่น้อย เมล็ดข้าว เมล็ดพันธุ์พืช และหนังสือเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา เดินทางมาจากเมืองโอมเมืองอาย ในการอพยพครั้งนั้นเป็นขบวนที่ใหญ่ที่สุด การเดินทางจึงยากลำบากมาก แบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลานานกว่าปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ได้เกิดนํ้าท่วมครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ เมื่อเดินทางถึงดินแดนสิบสองจุไท ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่มีพื้นที่ราบกว้าง ต่อมาได้เรียกว่าเมืองลอ ซึ่งพื้นที่นี้มีพวกชนพื้นเมืองส่าหรือข้าอาศัยอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้รวมกันเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชนชาวไทอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย ปัจจุบันเมืองลอนี้เรียกเป็นภาษาเวียดนามว่า “เงี่ยโหล อยู่ในจังหวัดเอียนบายของประเทศเวียดนาม ท้าวสวง และท้าวเงิน จึงตัดสินพระทัยตั้งหลักปักฐานอยู่ในเมืองนี้ ชาวไทดําเรียกเมืองนี้ว่า เมืองลอ ซึ่งเพี้ยนมาจากคําว่า หล่อ หมายความว่า “ก่อสร้าง ปลูกสร้าง หรือผลิตขึ้น” นั่นเอง บริเวณดินแดนสิบสองจุไทนี้ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ติดกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม และติดกับทิศเหนือของประเทศลาว

ภาพแผนที่บริเวณสิบสองจุไท

จากภาพแสดงให้เห็นว่าอาณาเขตสิบสองจุไท อยู่ระหว่างจีน ลาว และเวียดนาม หลังจากที่ได้ตั้งเมืองเสร็จสมบูรณ์แล้ว ท้าวเงินก็กลับไปที่เมืองโอมเมืองอายดังเดิม (สันนิษฐานว่าเมืองโอมเมืองอายคืออาณาจักรน่านเจ้า) ส่วนท้าวสวงยังคงอยู่ที่เมืองลอ ต่อมาได้อภิเษกสมรสและให้กําเนิดบุตรชายคนหนึ่งนามว่า “ท้าวลอ” ตามชื่อของเมือง เมื่อเจ้าท้าวลอเจริญวัยได้ 16 ปี พระบิดา(ท้าวสวง)ได้สถาปนาให้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ปกครองอาณาจักรเมืองลอ ตามกฎมณเฑียรบาลและยังคงสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ คือ สิงเลืองให้เอ็ดหมอ สิงลอให้เอ็ดต้าว หมายความว่า “กำหนดให้ตระกูลลอเป็นเจ้าปกครองประเทศ และกำหนดให้ตระกูลเลืองเป็นเจ้าปกครองทางศาสนาและพิธีกรรม” ผู้เป็นรัชทายาทเชื้อสายท้าวลอ จึงได้มีนามต่อท้ายว่า ลอก๊ำ  หมายความว่า “ลอทองคํา” และเชื้อสายตระกูลลอก๊ำ ยังคงมีอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ หลังจากราชาภิเษกเจ้าท้าวลอให้เป็นกษัตริย์ปกครองดินแดนสิบสองจุไทเรียบร้อยแล้ว ท้าวสวงได้กลับไปอยู่เมืองโอมเมืองอาย  เจ้าท้าวลอได้อภิเษกสมรสและมีพระราชโอรส 7 พระองค์ คือ เจ้าตาดุก เจ้าตาเดา เจ้าลับลี เจ้าลอลี เจ้าล้างง้าง เจ้าล้างกว้าง และเจ้าล้านเจื้อง
เจ้าล้านเจื้องโอรสองค์สุดท้ายของท้าวลอ ได้ตั้งเมืองแถงเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของอาณาจักรสิบสองจุไท และสถาปนาพระองค์เองเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ในราว พ.ศ. 1460 และมีพระเจ้าแผ่นดินปกครองสืบต่อกันมา 8 พระองค์ คือ พระเจ้าล้านเจื้อง พระเจ้าขุนแป๊ พระเจ้าขุนหมื่น  พระเจ้าท้าวป่าน พระเจ้าไสยจ้าง พระเจ้าท้าวก๋าน พระเจ้าท้าวกํ๋า  และพระเจ้าท้าวโจง เมืองแถงได้ถูกกองทัพชาวลาว (ปัจจุบันคือ ประเทศลาว) และกองทัพของชาวลื้อ (ปัจจุบันคือ สิบสองปันนา ยูนนาน ประเทศจีน) รุกรานอยู่เป็นเนืองนิด พระเจ้าท้าวโจงจึงย้ายเมืองหลวงลึกเข้าไปในอาณาจักร คือ เมืองหม้วย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาอาณาจักรเมืองแถงได้เปลี่ยนไปเป็น “อาณาจักรเมืองหม้วย” ซึ่งมักจะถูกกล่าวถึงในพงศาวดารไทดําว่า แผ่นดินเมืองหม้วย เมืองหม้วยจึงกลายเป็นเมืองหลวง ตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงสมัยการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2431 ปัจจุบันนี้เมืองหม้วย คือ อําเภอถ้วนเจา อยู่ในจังหวัดเซินลาดินแดนสิบสองจุไทนี้ ประกอบด้วยเมืองต่างๆสิบสองเมือง


ภาพเมืองแถงและสิบสองเมืองไทดำ ในอาณาจักรดินแดนสิบสองจุไท

จากภาพ แสดงให้เห็นเมืองต่างๆของไทดำ เช่น เมืองแถงที่เป็นเมืองของสิบสองจุไทในอดีต เมืองกวาย เมืองม่วย เมืองไล เป็นต้น
ไทดำมีเอกลักษณ์ ทางภาษา เช่น ภาษาพูด  อักษรภาษา และมีการบันทึกเรื่องราวต่างๆด้วยภาษาไทดำ ตัวอักษรภาษาของไทดำมีลักษณะคล้ายอักษรไทย และคล้ายกับอักษรลาว


ภาพ ตัวอักษรไทดำ
                           
ภาพด้านซ้ายเป็นอักษรไทดำที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ีวรรณยุกต์เพื่อให้ออกเสียงได้ง่าย และมีอยู่ในคอมพิวเตอร์ ไทดำทั่วไปนิยมอักษรชนิดนี้ ส่วนทางด้านขวาเป็นอักษร ไทดำแบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ในกลุ่มไทดำภาคกลางของไทย เช่น เพชรบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี เป็นต้น ไม่มีวรรณยุกต์ อักษรไทดำนี้ ได้เคยพบเห็นเป็นอักษรหางหนู ซึ่งอ่านค่อนข้างยาก เพราะมักจะเล่นลายมือไปตามใจ ประวัติความเป็นมาของตัวอักษรหนังสือนี้ ต้าวก๊ำแลบหรือพระเจ้างูเห่า ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งของไทดำ เป็นผู้ประดิษฐ์อักษรไทดำขึ้นมา ในช่วงเวลาเดียวกับพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระมหากษัตริย์ของไทย ประดิษฐ์อักษรไทยและพระเจ้าฟ้างุ้ม พระมหากษัตริย์ของลาว ประดิษฐ์อักษรลาว(Siang Bacthi, Interview, 20 October 2008)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น